“ไททัน แคปปิตอล” ปิดดีล “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ทุ่ม 500 ล้าน ดันหนังไทยสู่ตลาดโลก

“ไททัน แคปปิตอล” เทคโอเวอร์ “เนรมิตรหนัง ฟิล์ม” ค่ายหนังน้องใหม่ของไทย พร้อมทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท ผลักดันหนังไทยสู่ตลาดบันเทิงทั่วโลก
แทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จํากัด เปิดเผยว่า จากแนวโน้มของกระแสความนิยมของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในมิติ Soft Power ที่ทุกภาคส่วนให้การสนับสนุน ทำให้บริษัทฯ มองเห็นโอกาสลงทุนในธุรกิจบันเทิง จึงได้ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด ซึ่งเป็นค่ายหนังของไทย เนื่องจากเห็นถึงศักยภาพของบริษัท ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และกล้าที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการ หนังไทย จนเป็นที่ยอมรับ

ล่าสุด ไททัน แคปปิตอล ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 100 ล้านบาท (ชำระเต็ม) ให้กับ เนรมิตรหนัง ฟิล์ม รวมเป็น 115 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายในการผลิตภาพยนตร์เพื่อบุกตลาดบันเทิงทั่วโลก และพร้อมลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต โดยในช่วง 1-2 ปีนี้ บริษัทฯ จะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท เพื่อสานต่อโปรเจกต์ภาพยนตร์กว่า 10 เรื่องที่จะออกฉายทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง พร้อมเปิดประสบการณ์การดูหนังผ่านเทคโนโลยี VR เพื่อให้คนทั่วโลกได้เข้ามาชมภาพยนตร์ใน Metaverse อีกด้วย ทั้งนี้ ยังพร้อมต่อยอดความสำเร็จของหนังเรื่อง 4Kings หลังจากภาคแรกที่กวาดรายได้ถล่มทลายไปถึง 170 ล้านบาท บริษัทฯ จึงมีแผนที่จะสร้างภาค 2 พร้อมเข้าฉายในปีหน้าอย่างแน่นอน

นายแทนไท กล่าวต่อว่า เราเปิดรับทุกแนวคิดและให้โอกาสผู้กำกับหน้าใหม่ที่มีฝีมือแต่ขาดพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานมาร่วมงานกับเรา ในขณะเดียวกันทางบริษัทฯ ได้มีการจับมือกับพันธมิตรที่เป็นค่ายหนังใหญ่ๆ อาทิ Fatcat Studios ผู้สร้างสรรค์สเปเชียลเอฟเฟกต์ของเมืองไทย, บริษัท ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม จำกัด, บ้านริก สตูดิโอ รวมถึง Major Cineplex และ SF Cinema เพื่อร่วมเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ต่อยอดคุณภาพการสร้างภาพยนตร์ไทยให้ประสบความสำเร็จและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่าจากแผนการดำเนินงานดังกล่าว จะสามารถสร้างรายได้ให้ เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทภายในปีหน้า พร้อมผลักดันให้เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ก้าวขึ้นสู่เบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและเอเชียต่อไป

กนกวรรณ วัชระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด เปิดเผยว่า เราดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงของไทย เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและทำให้ ภาพยนตร์ไทย ก้าวสู่ระดับโลก โดยในปีนี้ เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จะมีการนำภาพยนตร์ออกฉาย 3 เรื่อง ได้แก่ Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์ เข้าฉายวันที่ 28 กรกฎาคม นี้, The World of Killing People คืนหมีฆ่า, The One Hundred 100 ขา และในปีหน้าอีกกว่า 10 เรื่องที่อยู่ในแผนการสร้างและจะทยอยนำออกฉายในปี 2566

Related Posts

“กสิกรไทย” จัดเวิร์คช็อปออนไลน์ ชวนนิวเจนก้าวสู่โลก Metaverse

“กสิกรไทย” ชวนนิวเจนก้าวสู่โลก “Metaverse” จัดเวิร์คช็อปออนไลน์ผ่านกิจกรรม AFTERKLASS Metaverse Workshop “เจาะลึก NFT เครื่องมือสร้างรายได้รูปแบบใหม่ เห็นผลได้จริง” ผ่านห้องเรียนบนโลกเสมือน นายรวี อ่างทอง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสื่อสารและองค์การสัมพันธ์ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากกระแสของ Metaverse กำลังเป็นที่พูดถึงและได้รับความนิยม ทาง AFTERKLASS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ ธนาคารกสิกรไทย มุ่งเน้นให้ความรู้ทางการเงินแก่เยาวชนได้นำกิจกรรมต่างๆ ใน AFTERKLASS เข้าไปอยู่ใน Metaverse เพื่อให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงและได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ ให้น้องๆ ก้าวทันความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในโลกยุคใหม่

รายงานเผย ‘เมตาเวิร์ส’ หนุน NFT โตระยะยาว

รายงานเผย การเติบโตที่รวดเร็วของ’เมตาเวิร์ส’ หนุน NFT โตระยะยาว จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 24 ล้านดอลลาร์ในปี 2565 สู่มูลค่าเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2570 รายงานใหม่จาก Juniper Research บริษัทที่เชี่ยวชาญในการให้บริการการวิจัยและการวิเคราะห์สำหรับภาคเทคโนโลยี วิเคราะห์เส้นทางของตลาดโทเคน NFT ในอีก 5 ปีข้างหน้า พบว่า ธุรกรรมทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับ NFT จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 24 ล้านดอลลาร์ในปี 2565 สู่มูลค่าเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2570 โดยหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาอันดับต้น ๆ ที่จะผลักดันการนำ NFT ไปใช้ในวงกว้าง จะเชื่อมโยงกับกรณีการใช้งาน เมตาเวิร์ส(metaverse) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ช่องทางนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีก 5 ปีข้างหน้า

แพลตฟอร์ม “Metaverse” ที่น่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่ยังเน้น “เกม”

รายงานจากบริษัท McKinsey & Company ระบุว่า อีก 5 ปีข้างหน้าผู้เล่นอินเทอร์เน็ตในสหรัฐ จะใช้เวลาอยู่กับโลก Metaverse วันละ 3.7 ชั่วโมง และคาดว่าแพลตฟอร์ม Metaverse ต่างๆ จะมีมูลค่ารวมกันถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์
สัปดาห์ที่แล้วกล่าวถึง Metaverse ว่ามีแพลตฟอร์มมากมายที่มีผู้ใช้ รายงานจากบริษัท McKinsey & Company ระบุว่า อีก 5 ปีข้างหน้าผู้เล่นอินเทอร์เน็ตในสหรัฐ จะใช้เวลาอยู่กับโลก Metaverse วันละ 3.7 ชั่วโมง และคาดว่าแพลตฟอร์ม Metaverse ต่างๆ จะมีมูลค่ารวมกันถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์ ชี้เทคโนโลยีโลกต้องจำ!! “เมตาเวิร์ส ซูเปอร์แอพ และ เว็บ 3.0”

การ์ทเนอร์ ชี้เทคโนโลยีเกิดใหม่มุ่งเน้น 3 ธีมหลัก ชี้ Metaverse, Super Apps และ Web3 ล้วนเป็นเทคโนโลยีหลักที่ช่วยปลดล็อคและพัฒนาประสบการณ์เต็มรูปแบบ ขณะที่ Cloud Sustainability และ Data Observability ช่วยให้นักเทคโนโลยีนำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ เทคโนโลยีเกิดใหม่ที่น่าจับตาทั้ง 25 รายการ ในรายงาน Hype Cycle for Emerging Technologies, 2022 ของการ์ทเนอร์ กำลังก่อให้เกิดการพัฒนาและการขยายตัวใน 3 ธีมหลัก ได้แก่ ด้านประสบการณ์เต็มรูปแบบ ด้านการเร่งการทำงานอัตโนมัติของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างนักเทคโนโลยี

‘อาษาเฟรมเวิร์ค’ หนุนใช้ซอฟต์แวร์พัฒนาแอปสู่ ‘เมตาเวิร์ส’

โดยที่ผ่านมา ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น ผลงานเด่น Thailand Tech Show 2019 จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รางวัล IP Champion 2562 จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ 2562 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รางวัลชนะเลิศการประกวด Thailand ICT Awards 2018 จากสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) และรางวัลชนะเลิศการประกวดซอฟต์แวร์ดีเด่น 2561 จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เป็นต้น และยังได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณทางด้านการวิจัย 2561 จากม.ธรรมศาสตร์ และรางวัลการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ 2560

เอ็นไอเอปั้น “NIA METAVERSE” จักรวาลนฤมิตขับเคลื่อนเมือง

“NIA METAVERSE” คอมมูนิตี้จักรวาลนฤมิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดในไทย รุกนำเทรนด์ MICE Innovation ขับเคลื่อนไทยให้เป็นเมืองนวัตกรรม พร้อมชี้ปี 2024 เมตาเวิร์สโลกโตกว่า 8 แสนล้านดอลล่าร์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ยกระดับจักรวาลนฤมิตหรือเมตาเวิร์ส (Metaverse) ในประเทศไทย ต่อยอดจากงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO หรือ SITE พร้อมผลักดัน “NIA Metaverse” แซนด์บอกซ์เทคโนโลยีโลกเสมือนที่สมบูรณ์แบบที่สุด รองรับเศรษฐกิจ กิจกรรมรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น และพัฒนานวัตกรด้านโลกเสมือน โดย NIA Metaverse มีคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่น ฟีเจอร์รองรับการทำงานทั้งในรูปแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล็ปท็อป และอุปกรณ์สื่อสาร มีฟังก์ชันรองรับการสร้างมูลค่า NFT ระบบพิสูจน์การมีตัวตนในโลกดิจิทัล