‘อาษาเฟรมเวิร์ค’ หนุนใช้ซอฟต์แวร์พัฒนาแอปสู่ ‘เมตาเวิร์ส’

“อาษาเฟรมเวิร์ค” ซอฟต์แวร์สร้างแอปพลิเคชั่นสัญชาติไทย เปิดฟีเจอร์รองรับการใช้งานแบบ “แซนด์บอกซ์” ตอบโจทยผู้ใช้งานดิจิทัล เมตาเวิร์ส NFT และเทคโนโลยีเสมือนจริง ชี้ มีผู้ใช้งานทั่วโลกแล้วกว่า 1.7 หมื่นคน
อาษาเฟรมเวิร์ค (Arsa arsa framework) ซอฟต์แวร์สัญชาติไทยที่ช่วยสร้างแอปพลิเคชั่นในรูปแบบ E-Commerce ส่งเสริมธุรกิจ SMEs วิสาหกิจชุมชน หรือสตาร์ตอัปในยุค 5G ให้เกิดรายได้จากการมีพื้นที่ค้าขายผลิตภัณฑ์หรือบริการบน Google Play Store

ยกตัวอย่างเช่น แอปพลิเคชั่นช่างชุ่ย แอปพลิเคชั่นโรงละครแห่งชาติ แอปพลิเคชั่นเครื่องปั้นดินเผาของลุงสุรัตน์ เกาะเกร็ด ที่ได้รับ OTOP ระดับ 5 ดาว แอปพลิเคชั่นพิพิธบางลำพู กรุงเทพฯ แอปพลิเคชั่นวิสาหกิจชุมชนผ้าบาติกแม่นงค์ เป็นต้น

โดย รศ.ดร.อาษา ตั้งจิตสมคิด อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์ ผู้ต่อยอดงานวิจัยสู่แพลตฟอร์มอาษาเฟรมเวิร์คมีการพัฒนามาเทคโนโลยีให้ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้สร้างสรรค์ผลงานมาเรื่อย ๆ โดยการเชื่อมโยงและรองรับการประมวลผล การแสดงผล การติดต่อสื่อสารผ่านระบบคลาวด์ (Cloud)

ซึ่งครอบคลุมการสร้างแอปในแต่ละด้านดังนี้

DeepTech / AI นำไปสร้างปัญญาประดิษฐ์ด้วยอัลกอริทึม DeepLearning หรือ MachineLearning
MarTech / BigData Analytic นำไปสร้างแผนการตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลทาง Data Science
FinTech / Blockchain นำไปสร้าง ICO สกุลเงินดิจิทัลและเขียนอัลกอริทึม Blockchain
MedTech EdTech UX/UI นำไปสร้าง UX/UI ทางด้านการแพทย์และการศึกษาในทุกระดับชั้น
AgTech / Controller นำไปควบคุมอุปกรณ์ Hardware ต่าง ๆ ผ่านทาง Cloud และ Smart Devices
ioT / {REST:API} ควบคุมอุปกรณ์ ioT ผ่าน Representational State Transfer {REST API}
UAV / TCP/UDP ควบคุม/ประมวลผล อากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle) หรือ รถ EV ผ่านโปรโตคอล TCP หรือ UDP
“เราอยากสร้างซอฟต์แวร์ของคนไทย ที่ให้คนไทยเข้าถึงได้ในราคาที่ถูก มันจะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยแก้จนและลดต้นทุน เนื่องจากถ้าเราไปใช้ซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ค่าลิขสิทธิ์จะอยู่ที่ 249,900,000 บาท ซึ่งถ้าใช้อาษาเฟรมเวิร์คจะประหยัดถึงได้ถึง 185,640,000 บาท”

ล่าสุด แพลตฟอร์มอาษาเฟรมเวิร์คยังสามารถนำไปใช้งานด้าน “เทคโนโลยีเสมือน” หรือที่นิยมเรียกกันว่า “เมตาเวิร์ส (Metaverse)” ตลอดจน พัฒนาเป็น “Arsa Framework Robot Sandbox” และการพัฒนาเพื่อรองรับการสร้าง “Non Fungible Tokens (NFT)” เพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านดิจิทัลในยุคปัจจุบัน

ซึ่งรองรับการใช้งานแต่ละด้านดังนี้

ด้านเทคโนโลยีเสมือน-เมตาเวิร์ส (Immersive-Metaverse) ผู้ใช้งานสามารถสร้างโมเดล 3D ที่ชื่อ “อวาตาร (Avatar)” ที่ใช้แทนบุคคลในระบบเมตาเวิร์ส โดยอาษาเฟรมเวิร์คเป็นตัวกลางในการ Display รายละเอียดต่าง ๆ เช่น การสร้างลักษณะของตัว 3D การบังคับการเคลื่อนไหว การใส่ลูกเล่นให้กับตัวโมเดล
ด้านดิจิทัลทวิน (Digital Twin) คือ การสร้างแบบจำลองสถานที่ และวัตถุขึ้นในโลกดิจิทัล เช่น วางแผนสร้างที่จอดรถตามจำนวนผู้อยู่อาศัยในระแวกใกล้เคียง และวางแผนการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างร่มเงา รวมไปถึงการวางแผนด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยเป็นการผสานของเทคโนโลยีหลายชนิด ได้แก่ เทคโนโลยีผลิตภาพ 3 มิติ (VR และ AR), เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ และ Internet of Things (IoT), เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น Machine Learning, เทคโนโลยีสำหรับสร้างโมเดลจำลอง และเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสื่อสารเชื่อมต่อระบบเข้าด้วยกัน เช่น Cloud
ด้าน NFT ที่สร้างโดย AI (AI-generated NFTs) โดยอาษาเฟรมเวิร์คจะมี API ให้ คือ ผู้ใช้งานสามารถสร้างผลงานศิลปะ nft ของตนเองโดยการเขียนสคริปต์ให้กับอาษา จากนั้น Ai จะสร้างผลงานออกมาได้มีรายละเอียดสมจริงมากที่สุด
ด้าน Virtual Influencer คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากโปรแกรมต่าง ๆ ที่ถึงแม้จะไม่มีเลือดเนื้อหรือตัวตนอยู่จริง แต่บนโลกเสมือนจริงนั้นพวกเขาจะเป็นใครก็ได้ ทำอาชีพอะไรก็ได้ จะมีพฤติกรรมหรือนิสัยแบบใดก็สุดแท้แต่บริษัทหรือแบรนด์ โดยผู้สร้างจะออกแบบนำเทคโนโลยี Ai เข้ามาช่วยเพื่อสร้าง “มนุษย์” ที่มีความเหมือนจริงมากที่สุด เพื่อใช้งานในการแสดง ถ่ายภาพรีวิวสินค้า เป็นอินฟลูเอนเซอร์ เป็นต้น
“อาษาเฟรมเวิร์ค สามารถ Display เทคโนโลยีเสมือนจริงได้ ไม่ว่าจะเป็น อวาตาร การจำลองสถานที่ การสร้างคนจริงมาใช้แสดงในงานโฆษณา เราสามารถจำลองเมืองทั้งเมืองหรือเมืองบางส่วน เพื่อที่จะมาแสดงอยู่บนมือถือ ต่อไปเราไม่จำเป็นต้องมีห้องคอมพิวเตอร์ 30-40 เครื่อง ที่ใช้เงินเป็นล้าน เรามีแค่มือถือเครื่องเดียวกับอาษาเฟรมเวิร์ค มันก็สามารถช่วยให้เราพัฒนา หรือสร้างผลงานดี ๆ มีคุณภาพได้ ด้วยระบบแซนด์บอกซ์” รศ.ดร.อาษา กล่าว

โดยที่ผ่านมา ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น ผลงานเด่น Thailand Tech Show 2019 จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รางวัล IP Champion 2562 จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ 2562 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รางวัลชนะเลิศการประกวด Thailand ICT Awards 2018 จากสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) และรางวัลชนะเลิศการประกวดซอฟต์แวร์ดีเด่น 2561 จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เป็นต้น และยังได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณทางด้านการวิจัย 2561 จากม.ธรรมศาสตร์ และรางวัลการเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ 2560

ปัจจุบัน อาษาเฟรมเวิร์คสามารถสร้างรายได้จากผู้ใช้บริการ 17,000 คน ได้แก่ ไทย อเมริกา อินโดเนเซีย และฮ่องกง ทั้งนี้ ได้เปิดให้ประชาชนทั่วโลกสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งในรูปแบบของการทดลองใช้ฟรี เสียค่าบริการรายวัน รายเดือน หรือรายปี

Related Posts

“กสิกรไทย” จัดเวิร์คช็อปออนไลน์ ชวนนิวเจนก้าวสู่โลก Metaverse

“กสิกรไทย” ชวนนิวเจนก้าวสู่โลก “Metaverse” จัดเวิร์คช็อปออนไลน์ผ่านกิจกรรม AFTERKLASS Metaverse Workshop “เจาะลึก NFT เครื่องมือสร้างรายได้รูปแบบใหม่ เห็นผลได้จริง” ผ่านห้องเรียนบนโลกเสมือน นายรวี อ่างทอง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสื่อสารและองค์การสัมพันธ์ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากกระแสของ Metaverse กำลังเป็นที่พูดถึงและได้รับความนิยม ทาง AFTERKLASS ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ ธนาคารกสิกรไทย มุ่งเน้นให้ความรู้ทางการเงินแก่เยาวชนได้นำกิจกรรมต่างๆ ใน AFTERKLASS เข้าไปอยู่ใน Metaverse เพื่อให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงและได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ ให้น้องๆ ก้าวทันความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในโลกยุคใหม่

รายงานเผย ‘เมตาเวิร์ส’ หนุน NFT โตระยะยาว

รายงานเผย การเติบโตที่รวดเร็วของ’เมตาเวิร์ส’ หนุน NFT โตระยะยาว จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 24 ล้านดอลลาร์ในปี 2565 สู่มูลค่าเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2570 รายงานใหม่จาก Juniper Research บริษัทที่เชี่ยวชาญในการให้บริการการวิจัยและการวิเคราะห์สำหรับภาคเทคโนโลยี วิเคราะห์เส้นทางของตลาดโทเคน NFT ในอีก 5 ปีข้างหน้า พบว่า ธุรกรรมทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับ NFT จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 24 ล้านดอลลาร์ในปี 2565 สู่มูลค่าเกือบ 40 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2570 โดยหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาอันดับต้น ๆ ที่จะผลักดันการนำ NFT ไปใช้ในวงกว้าง จะเชื่อมโยงกับกรณีการใช้งาน เมตาเวิร์ส(metaverse) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ช่องทางนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีก 5 ปีข้างหน้า

แพลตฟอร์ม “Metaverse” ที่น่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่ยังเน้น “เกม”

รายงานจากบริษัท McKinsey & Company ระบุว่า อีก 5 ปีข้างหน้าผู้เล่นอินเทอร์เน็ตในสหรัฐ จะใช้เวลาอยู่กับโลก Metaverse วันละ 3.7 ชั่วโมง และคาดว่าแพลตฟอร์ม Metaverse ต่างๆ จะมีมูลค่ารวมกันถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์
สัปดาห์ที่แล้วกล่าวถึง Metaverse ว่ามีแพลตฟอร์มมากมายที่มีผู้ใช้ รายงานจากบริษัท McKinsey & Company ระบุว่า อีก 5 ปีข้างหน้าผู้เล่นอินเทอร์เน็ตในสหรัฐ จะใช้เวลาอยู่กับโลก Metaverse วันละ 3.7 ชั่วโมง และคาดว่าแพลตฟอร์ม Metaverse ต่างๆ จะมีมูลค่ารวมกันถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์ ชี้เทคโนโลยีโลกต้องจำ!! “เมตาเวิร์ส ซูเปอร์แอพ และ เว็บ 3.0”

การ์ทเนอร์ ชี้เทคโนโลยีเกิดใหม่มุ่งเน้น 3 ธีมหลัก ชี้ Metaverse, Super Apps และ Web3 ล้วนเป็นเทคโนโลยีหลักที่ช่วยปลดล็อคและพัฒนาประสบการณ์เต็มรูปแบบ ขณะที่ Cloud Sustainability และ Data Observability ช่วยให้นักเทคโนโลยีนำเสนอเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ เทคโนโลยีเกิดใหม่ที่น่าจับตาทั้ง 25 รายการ ในรายงาน Hype Cycle for Emerging Technologies, 2022 ของการ์ทเนอร์ กำลังก่อให้เกิดการพัฒนาและการขยายตัวใน 3 ธีมหลัก ได้แก่ ด้านประสบการณ์เต็มรูปแบบ ด้านการเร่งการทำงานอัตโนมัติของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างนักเทคโนโลยี

เอ็นไอเอปั้น “NIA METAVERSE” จักรวาลนฤมิตขับเคลื่อนเมือง

“NIA METAVERSE” คอมมูนิตี้จักรวาลนฤมิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดในไทย รุกนำเทรนด์ MICE Innovation ขับเคลื่อนไทยให้เป็นเมืองนวัตกรรม พร้อมชี้ปี 2024 เมตาเวิร์สโลกโตกว่า 8 แสนล้านดอลล่าร์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ยกระดับจักรวาลนฤมิตหรือเมตาเวิร์ส (Metaverse) ในประเทศไทย ต่อยอดจากงาน STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO หรือ SITE พร้อมผลักดัน “NIA Metaverse” แซนด์บอกซ์เทคโนโลยีโลกเสมือนที่สมบูรณ์แบบที่สุด รองรับเศรษฐกิจ กิจกรรมรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น และพัฒนานวัตกรด้านโลกเสมือน โดย NIA Metaverse มีคุณสมบัติที่โดดเด่น เช่น ฟีเจอร์รองรับการทำงานทั้งในรูปแบบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล็ปท็อป และอุปกรณ์สื่อสาร มีฟังก์ชันรองรับการสร้างมูลค่า NFT ระบบพิสูจน์การมีตัวตนในโลกดิจิทัล

คริปโตมายด์ ผนึก สยามดิสคัฟเวอรี่-นิมิต สตูดิโอ-Fairtex รุก ‘เมตาเวิร์ส’

คริปโตมายด์ ผนึก สยามดิสคัฟเวอรี่-นิมิต สตูดิโอ-Fairtex รุก ‘เมตาเวิร์ส’ ครั้งแรก ในโปรเจค “Fight for the Future” เปิดตัวดิจิทัลแลนด์บนSandboxมีผู้เล่นกว่า 2 ล้านคน โมเดลต่อยอดสู่อนาคต แบรนด์ไทย-ต่างประเทศเตรียมเป็นพาร์ทเนอร์กว่า 3 แบรนด์ ผุดโปรเจกต์เมตาเวิร์สระดับโลก นายสัญชัย ปอปลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ แอดไวเซอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า คริปโตมายด์เข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและการพัฒนา Metaverse ครั้งแรกเต็มตัว โดยมีหน้าที่หลักในการเป็นเหมือนผู้บริหารที่ดินบน SandBox รวมทั้งบริหารจัดการให้แก่ผู้ที่สนใจอยากสร้าง หรือสามารถมาเช่าที่ดินผืนนี้ได้ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการเข้าสู่โลกเมตาเวิร์สและโลกความจริงเข้าด้วยกัน และร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ ซึ่งมีพื้นที่ในการสร้างกิจกรรมนี้ขึ้น